ดวงตลาดหลักทรัพย์ไทย
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 (เวลาประมาณ 11:00 น.) ในสมัยรัฐบาลของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นับเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทย
ดวงจร
ตารางดาวจร
| ดาว | เจ้าเรือน* | สถิตเรือน* | สถิตราศี | องศา | มาตรฐาน* |
|---|---|---|---|---|---|
| ๑. อาทิตย์ | กดุมภะ (อุตสาหะ) |
ศุภะ [๕] (บริวารจร) |
12:มีน (สมโณ) |
19° 57’ | อ.วิลาส คู่มิตร(๕) คู่ศัตรู(3) คู่ธาตุ(7) นวางค์ [๕] เทวีโชค |
| ๒. จันทร์ | ตนุ (มนตรี) |
พันธุ [๖] ( อายุจร) |
7:ตุลย์ (เทวี) |
13° 47’ | จุลจักร นวางค์ [๘] |
| ๓. อังคาร (ส) |
กัมมะ ปุตตะ (กาลกิณี) |
ศุภะ [๕] ( เดชจร) |
12:มีน (เพชฌฆาต) |
0° 26’ | จุลจักร คู่สมพล(๕) คู่ศัตรู(1) นวางค์ [๒] นิจ |
| ๔. พุธ | วินาศ สหัชชะ (บริวาร) |
มรณะ [๘] ( ศรีจร) |
11:กุมภ์ (เพชฌฆาต) |
25° 7’ | เทวีโชค จุลจักร คู่ศัตรู(8) นวางค์ [๖] อนุเกษตร(๖) |
| ๕. พฤหัส (ม) |
อริ ศุภะ (เดช) |
วินาศ [๔] (อุตสาหะจร) |
3:มิถุน (เพชฌฆาต) |
22° 20’ | อ.วิลาส ประ คู่ศัตรู(ล๒) คู่ธาตุ(ล๒) นวางค์ [๓] ราชาโชค |
| ๖. ศุกร์ | ลาภะ พันธุ (มูละ) |
กัมมะ [๓] (กาลกิณีจร) |
1:เมษ (ทลิทโท) |
7° 52’ | อ.ภิมุข ประ คู่สมพล(๑) นวางค์ [๔] จุลจักร,อนุเกษตร(๔) |
| ๗. เสาร์ (ส) |
ปัตนิ (อายุ) |
ศุภะ [๕] ( มูละจร) |
12:มีน (ราชา) |
6° 17’ | คู่ธาตุ(1) นวางค์ [๑] |
| ๘. ราหู | มรณะ (ศรี) |
มรณะ [๘] ( มนตรีจร) |
11:กุมภ์ (เทวี) |
12° 17’ | เกษตร คู่ธาตุ(๓) คู่ศัตรู(4) นวางค์ [๗] มหาจักร |
| ๙. เกตุ | มรณะ [๘] |
11:กุมภ์ (เทวี) |
13° 4’ | นวางค์ [๗] |
|
| ๐. มฤตยู | ลาภะ [๖] |
2:พฤษภ (ภูมิปาโล) |
13° 26’ | นวางค์ [๖] |
|
| น. เนปจูน | ศุภะ [๕] |
12:มีน (ราชา) |
8° 4’ | นวางค์ [๔] |
|
| พ. พลูโต | ปัตนิ [๗] |
10:มังกร (ภูมิปาโล) |
11° 1’ | นวางค์ [๓] |
ทำนายมุมดาวจากตำรา
ผิว์หญิงจะลุสา- มิสภาพประดุจปอง
ปรปักษ์จะปรา- ชยโชคจะสนอง
ภริยาจะประลอง ปะเหลาะชู้ประโลมชาย"
ลุสวัสดิ์วุฒิการ กรแล้วทุกข์ทวี
จะนิราศอนุชา จะนิราศภิรีย์
สุรโทษจะมี ผิวท้าวจะกระทำ"
ทรัพย์สินและเงินตรา จะลุโดยสะดวกดาย
ศัตรูจะอัปรา แลวัตถาระส่ำระสาย
สินทรัพย์ที่สูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน"
สินทรัพย์บุราณนาน จะขจัดขจายสูญ
หนึ่งผู้อิศราช กิจกาจจะเพิ่มพูน
โสดหนึ่งอุบัติมูล คติเพลิงจะพลันมี"
วิสุทธิลาภอาจารย์
ภายหลังเกรงทิศอิสาน มีหมู่ทมิฬมาร
จะพาลจะผิดแผกใจ
ได้เมื่อวิฑูรท้าวไท ตรัสธรรมอำไพ
บูรณลาภปรีด์เปรม
โภคาสรรพโภชน์โอชเอม สรรพศฤงคารเกษม
สุขสรรพซึ่งทรัพย์เนืองนอง"
จะผิดหญิงผู้ หนึ่งเนื้อดำแดงผิวพรรณ
ภายหลังลาภลุ วัตถุแพรพรรณ
ได้ปางพระสรร- เพชญ์สำเร็จมารวิชัย"
เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การจัดตั้งตลาดหุ้นกรุงเทพ
ก่อนที่จะมีตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ได้มีการจัดตั้ง "บริษัทลงทุน" ขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยกลุ่มเอกชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ บริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของกองทุนรวม (Mutual Fund) ผ่านสถาบันการเงินประเภทบริษัทจัดการลงทุน (Investment Management Company) ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 กลุ่มภาคเอกชนไทยได้ร่วมกันก่อตั้งสถานที่ซื้อขายหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศภายใต้ชื่อ บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange)
ตลาดหุ้นกรุงเทพทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับการพบปะของสมาชิกเพื่อทำการซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ได้ดำเนินการภายในตลาดหุ้นโดยตรง แต่ดำเนินการที่สำนักงานของสมาชิกแต่ละราย อีกทั้งการบริหารจัดการของตลาดหุ้นยังขาดประสิทธิภาพเพียงพอ ปัญหาสำคัญคือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ดำเนินกิจการในขณะนั้นมีเงินทุนจำกัด ทำให้ขยายธุรกิจไม่ได้เต็มที่ ส่งผลให้สภาพคล่องของตลาดไม่สูงมาก แม้ว่าตลาดหุ้นกรุงเทพจะมีโครงสร้างที่ดีตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้มากนัก ตัวอย่างเช่น มูลค่าการซื้อขายในปี พ.ศ. 2511 อยู่ที่ 160 ล้านบาท และลดลงเหลือ 28 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2514 แม้การซื้อขายหุ้นกู้จะมีมูลค่าถึง 87 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2515 แต่การซื้อขายหุ้นก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก สุดท้าย ตลาดหุ้นกรุงเทพต้องปิดกิจการลง โดยทั่วไปยอมรับกันว่าปัจจัยหลักของความล้มเหลวเกิดจากการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และประชาชนยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนไม่มากพอ ส่งผลให้การพัฒนาธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่พึ่งพาเงินทุนของเจ้าของกิจการเป็นหลัก หรือกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่มีอยู่ในขณะนั้น
การเสนอแผนการจัดตั้งตลาดทุน
ในปี พ.ศ. 2510 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เชิญศาสตราจารย์ ซิดนีย์ เอ็ม รอบบินส์ (Sydney M. Robbins) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตลาดทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เข้ามาศึกษาโครงสร้างตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศไทย โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2512 และในเดือนเมษายน พ.ศ. 2513 ได้เสนอรายงานชื่อ "A Capital Market in Thailand" หรือ "ตลาดทุนในประเทศไทย" ซึ่งระบุถึงปริมาณหลักทรัพย์และจำนวนผู้ที่สนใจลงทุน ตลอดจนปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข
การประกาศใช้ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 รัฐบาลเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยการปรับปรุง "ประกาศคณะปฏิวัติ ที่ 58" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมธุรกิจการค้าอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเป็นอยู่ของประชาชน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสามารถกำกับดูแลบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความเป็นระเบียบและโปร่งใสมากขึ้น
จากข้อเสนอของศาสตราจารย์รอบบินส์ คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาตลาดทุนเห็นว่าควรมีศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นทางการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการซื้อขาย ในที่สุด กระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดตั้งตลาดหุ้น และนำไปสู่การประกาศใช้ "พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517" เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างแหล่งกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ สนับสนุนการออม และเพิ่มประสิทธิภาพของการระดมทุนภายในประเทศ
การเปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรก
หลังจากมีการเตรียมการอย่างเหมาะสม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดทำการซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534 ชื่อภาษาอังกฤษของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนจาก "Securities Exchange of Thailand" เป็น "The Stock Exchange of Thailand" (SET) อย่างเป็นทางการ
ประวัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ความเป็นมาและบทบาท - set.or.th
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - wikipedia.org
ปฏิทินโหราศาสตร์ไทยสุริยยาตร์
- พระคัมภีร์สุริยยาตร์ศิวาคม - พ.อ.(พิเศษ)เอื้อน มณเฑียรทอง
- ตำราพระสุริยยาตร์และมานัตต์ - หลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร)