ดวงตลาดหลักทรัพย์ไทย


ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 (เวลาประมาณ 11:00 น.) ในสมัยรัฐบาลของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นับเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

ดวงจร

เลือกวันที่ เพื่อดูดาวโคจรของวันนั้น
วันจร
เกิด วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ค.ศ. 1975 จ.ศ. 1336 ร.ศ. 193 เวลา 11:00 น.
อายุ 50 ปี 11 เดือน 4 วัน
จร วันเสาร์ ที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2569 ค.ศ. 2026 จ.ศ. 1387 ร.ศ. 244 เวลา 06:00 น.
อายุ 50 ปี 11 เดือน 4 วัน
ทักษาจรตกภูมิ อาทิตย์(1)(อุตสาหะเดิม) กาลกิณีจร ศุกร์(6)(มูละเดิม)
ปฏิทิน
สุริยาตร์
ลาหิรี
3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ ลั กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ 6 0 5 2 พ. 4 9 8 1 น. 7 3 อังคาร(๓)กำเนิด ฤทธิโยค พฤหัส(๕)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)กำเนิด ฤทธิโยค อังคาร(๓)กำเนิด ฤทธิโยค พฤหัส(๕)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)จร ฤทธิโยค อังคาร(๓)จร ฤทธิโยค อังคาร(๓)จร ฤทธิโยค พฤหัส(๕)จร ฤทธิโยค เสาร์(๗)จร ฤทธิโยค พฤหัส(๕)จร ฤทธิโยค เนปจูน พิจิก 17° 43’ (227.72°) พลูโต กันย์ 13° 32’ (163.53°) มฤตยู ตุลย์ 2° 24’ (182.40°) เกตุ กรกฏ 5° 35’ (95.58°) จันทร์ (ตนุ) ธนู 11° 6’ (251.10°) พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 1° 29’ (31.48°) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) พฤษภ 22° 41’ (52.68°) อาทิตย์ (กดุมภะ) เมษ 15° 47’ (15.78°) อังคาร (กัมมะ ปุตตะ) กุมภ์ 18° 22’ (318.37°) * ราหู (มรณะ) พิจิก 8° 10’ (218.17°) เสาร์ (ปัตนิ) มิถุน 16° 23’ (76.38°) พฤหัส (อริ ศุภะ) มีน 17° 37’ (347.62°) เนปจูน มีน 8° 4’ (338.07°) น. พลูโต มังกร 11° 1’ (281.02°) พ. มฤตยู พฤษภ 13° 26’ (43.43°) 0 เกตุ กุมภ์ 13° 4’ (313.07°) 9 จันทร์ (ตนุ) ตุลย์ 13° 47’ (193.78°) 2 มนตรี อายุจร ตนุ จุลจักร พุธ (วินาศ สหัชชะ) กุมภ์ 25° 7’ (325.12°) 4 บริวาร ศรีจร วินาศ สหัชชะ เทวีโชค จุลจักร ศัตรู(8) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) เมษ 7° 52’ (7.87°) 6 มูละ กาลกิณีจร ลาภะ พันธุ อ.ภิมุข ประ สมพล(๑) อาทิตย์ (กดุมภะ) มีน 19° 57’ (349.95°) 1 อุตสาหะ บริวารจร กดุมภะ อ.วิลาส มิตร(๕) ศัตรู(3) ธาตุ(7) อังคาร (กัมมะ ปุตตะ) มีน 0° 26’ (330.43°) 3 กาลกิณี เดชจร กัมมะ ปุตตะ จุลจักร สมพล(๕) ศัตรู(1) ราหู (มรณะ) กุมภ์ 12° 17’ (312.28°) 8 ศรี มนตรีจร มรณะ เกษตร ธาตุ(๓) ศัตรู(4) เสาร์ (ปัตนิ) มีน 6° 17’ (336.28°) 7 อายุ มูละจร ปัตนิ ธาตุ(1) พฤหัส (อริ ศุภะ) มิถุน 22° 20’ (82.33°) 5 เดช อุตสาหะจร อริ ศุภะ อ.วิลาส ประ ศัตรู(ล๒) ธาตุ(ล๒) ลัคนา กรกฏ 18° 20’ (108.33°) ลั
ดาวจร
*
0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
น.
พ.
มาตรฐาน
เจ้าเรือน
ทักษาจร
ทักษากำเนิด
ดาวกำเนิด
*
ลั
ราศีจักร    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ อาทิตย์ (กดุมภะ) เมษ 15° 47’ (15.78°) อุจจ์ 6 ๖ - อ.ภิมุข ประ สมพล(๑) พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 1° 29’ (31.48°) ธาตุ(๖),ศัตรู(ล๘) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) พฤษภ 22° 41’ (52.68°) เกษตร,ธาตุ(๔) 0 เสาร์ (ปัตนิ) มิถุน 16° 23’ (76.38°) 5 ๕ - อ.วิลาส ประ ศัตรู(ล๒) ธาตุ(ล๒) ลั ลัคนา กรกฏ 18° 20’ (108.33°) เกตุ กรกฏ 5° 35’ (95.58°) พลูโต(พ) กันย์ 13° 32’ (163.53°) มฤตยู(พ) ตุลย์ 2° 24’ (182.40°) 2 ๒ - จุลจักร ราหู (มรณะ) พิจิก 8° 10’ (218.17°) อุจจ์,อนุเกษตร(๓),อุดมเกณฑ์,ศัตรู(ล๔) เนปจูน(พ) พิจิก 17° 43’ (227.72°) จันทร์ (ตนุ) ธนู 11° 6’ (251.10°) ตนุลัคน์ พ. อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) กุมภ์ 18° 22’ (318.37°) อ.ภิมุข,อนุเกษตร(๘) * 4 9 8 ๔ - เทวีโชค จุลจักร ศัตรู(8) ๘ - เกษตร ธาตุ(๓) ศัตรู(4) พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) มีน 17° 37’ (347.62°) เกษตร,อุดมเกณฑ์,ธรรมเกณฑ์ 1 น. 7 3 ๑ - อ.วิลาส มิตร(๕) ศัตรู(3) ธาตุ(7) ๗ - ธาตุ(1) ๓ - จุลจักร สมพล(๕) ศัตรู(1)
ทักษา อุตสาหะ บริวารจร    มูละ กาลกิณีจร    ศรี  มนตรีจร  มนตรี    อายุจร    เดช อุตสาหะจร กาลกิณี    เดชจร บริวาร    ศรีจร    อายุ    มูละจร
ดาวเสวยอายุ พระราหูเสวยอายุ พระจันทร์แทรก   เสาร์ 17 - 27 ปี    พุธ 0 - 17 ปี อังคาร 100 - 108 ปี พฤหัส 27 - 46 ปี จันทร์ 85 - 100 ปี   ราหู 46 - 58 ปี   ศุกร์ 58 - 79 ปี อาทิตย์ 79 - 85 ปี
นวางค์    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ 5 พ. พลูโต(พ) พฤษภ 1° 48’ (163.53°) 0 4 6 จันทร์ (ตนุ) กรกฏ 9° 54’ (251.10°) เกษตร ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) กรกฏ 24° 9’ (52.68°) ราชาโชค 3 เกตุ สิงห์ 20° 15’ (95.58°) อาทิตย์ (กดุมภะ) สิงห์ 22° 3’ (15.78°) เกษตร 7 ราหู (มรณะ) กันย์ 13° 30’ (218.17°) น. มฤตยู(พ) ตุลย์ 21° 36’ (182.40°) พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) ธนู 8° 33’ (347.62°) ตนุลัคน์ เกษตร เนปจูน(พ) ธนู 9° 27’ (227.72°) ลั ลัคนา ธนู 14° 60’ (255°) 1 พุธ (วินาศ สหัชชะ) มังกร 13° 21’ (31.48°) 8 9 เสาร์ (ปัตนิ) กุมภ์ 27° 27’ (76.38°) 2 อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) มีน 15° 18’ (318.37°) จุลจักร *
ตรียางค์    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ จันทร์ (ตนุ) เมษ 3° 18’ (3.30°) มหาจักร,อ.วิลาส 6 พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 4° 27’ (34.45°) พ. อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) มิถุน 25° 6’ (85.10°) ตนุลัคน์ * 8 9 พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) กรกฏ 22° 51’ (112.85°) อุจจ์ เกตุ กรกฏ 16° 45’ (106.75°) 1 อาทิตย์ (กดุมภะ) สิงห์ 17° 21’ (137.35°) เกษตร 0 มฤตยู(พ) ตุลย์ 7° 12’ (187.20°) เสาร์ (ปัตนิ) ตุลย์ 19° 9’ (199.15°) อุจจ์,อนุเกษตร(๖) 4 ราหู (มรณะ) พิจิก 24° 30’ (234.50°) อุจจ์ ลั ลัคนา พิจิก 24° 60’ (235°) พลูโต(พ) มังกร 10° 36’ (280.60°) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) มังกร 8° 3’ (278.05°) เทวีโชค,อนุเกษตร(๗) 5 2 เนปจูน(พ) มีน 23° 9’ (353.15°) 3 น. 7
ปัญหาที่ต้องระวังช่วงอายุ 50 ปี ระวังงานหรือธุรกิจเดิมจะไม่ได้ผลดี หรือมีเรื่องหรือความจำเป็นต้องขายของเก่า เช่น บ้าน รถ ที่ดิน แล้วมีปัญหาหรือไม่ได้ราคาที่ดี หรือมีการย้ายบ้าน ย้ายงาน (ทายจากมูละเดิมเป็นกาลกิณีจร)

ตารางดาวจร

(สำหรับวันจร วันที่ 04 เมษายน 2569)
ดาว เจ้าเรือน* สถิตเรือน* สถิตราศี องศา มาตรฐาน*
๑. อาทิตย์ กดุมภะ
(อุตสาหะ)
   ศุภะ [๕]
(บริวารจร)
12:มีน
(สมโณ)
19° 57’ อ.วิลาส คู่มิตร(๕) คู่ศัตรู(3) คู่ธาตุ(7)
นวางค์ [๕] เทวีโชค
๒. จันทร์ ตนุ
(มนตรี)
  พันธุ [๖]
(   อายุจร)
7:ตุลย์
(เทวี)
13° 47’ จุลจักร
นวางค์ [๘]
๓. อังคาร
()
กัมมะ ปุตตะ
(กาลกิณี)
   ศุภะ [๕]
(   เดชจร)
12:มีน
(เพชฌฆาต)
0° 26’ จุลจักร คู่สมพล(๕) คู่ศัตรู(1)
นวางค์ [๒] นิจ
๔. พุธ วินาศ สหัชชะ
(บริวาร)
มรณะ [๘]
(   ศรีจร)
11:กุมภ์
(เพชฌฆาต)
25° 7’ เทวีโชค จุลจักร คู่ศัตรู(8)
นวางค์ [๖] อนุเกษตร(๖)
๕. พฤหัส
()
อริ ศุภะ
(เดช)
 วินาศ [๔]
(อุตสาหะจร)
3:มิถุน
(เพชฌฆาต)
22° 20’ อ.วิลาส ประ คู่ศัตรู(ล๒) คู่ธาตุ(ล๒)
นวางค์ [๓] ราชาโชค
๖. ศุกร์ ลาภะ พันธุ
(มูละ)
  กัมมะ [๓]
(กาลกิณีจร)
1:เมษ
(ทลิทโท)
7° 52’ อ.ภิมุข ประ คู่สมพล(๑)
นวางค์ [๔] จุลจักร,อนุเกษตร(๔)
๗. เสาร์
()
ปัตนิ
(อายุ)
   ศุภะ [๕]
(   มูละจร)
12:มีน
(ราชา)
6° 17’ คู่ธาตุ(1)
นวางค์ [๑]
๘. ราหู มรณะ
(ศรี)
มรณะ [๘]
( มนตรีจร)
11:กุมภ์
(เทวี)
12° 17’ เกษตร คู่ธาตุ(๓) คู่ศัตรู(4)
นวางค์ [๗] มหาจักร
๙. เกตุ
มรณะ [๘]
11:กุมภ์
(เทวี)
13° 4’
นวางค์ [๗]
๐. มฤตยู
  ลาภะ [๖]
2:พฤษภ
(ภูมิปาโล)
13° 26’
นวางค์ [๖]
น. เนปจูน
   ศุภะ [๕]
12:มีน
(ราชา)
8° 4’
นวางค์ [๔]
พ. พลูโต
  ปัตนิ [๗]
10:มังกร
(ภูมิปาโล)
11° 1’
นวางค์ [๓]
* เจ้าเรือน (ทักษากำเนิด) | * สถิตเรือน [เจ้าเรือน] (ทักษาจร) | * มาตรฐาน นวางค์ [เจ้าเรือนนวางค์]

ทำนายมุมดาวจากตำรา

โศลกโหร(กลอนโหราศาสตร์)ที่กล่าวถึงคำทำนายของมุมดาวปัจจุบันจากตำราจักทีปนีจร (สำหรับวันจร วันที่ 04 เมษายน 2569)
ดาวราหูจร(8)(ภพมรณะ) โยคหน้ากับดาวจันทร์เดิม(๒)(ภพอริ) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 - 21 พฤศจิกายน 2569 (334/565 วัน)
"ราหูล่าจันทร์"
ความหมาย มักเสียหายในทางลาภผลรายได้ ระวังมีเรื่องเดือดร้อนเพราะช่วยเหลือ หรืออุปถัมภ์ผู้อื่น เกิดความทุกข์ร้อนใจ
ดาวพฤหัสจร(5)()(ภพวินาศ) เล็งกับดาวจันทร์เดิม(๒)(ภพอริ) ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 - 30 พฤษภาคม 2569 (102/158 วัน)
"ครุต้องศะศิโชค จะลุโยคยุวภา
ผิว์หญิงจะลุสา- มิสภาพประดุจปอง
ปรปักษ์จะปรา- ชยโชคจะสนอง
ภริยาจะประลอง ปะเหลาะชู้ประโลมชาย"
ความหมาย จะมีโชคลาภและสมหวังในเรื่องคู่ครอง ศัตรูจะพ่ายแพ้ แต่ควรระวังแฟนที่อาจหว่านเสน่ห์หรือเอาใจคนอื่นเป็นพิเศษ
ดาวพฤหัสจร(5)()(ภพวินาศ) กุมกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2568 - 30 พฤษภาคม 2569 (102/158 วัน)
"พฤหัสบดีเนา ปะทะเสารวิถาร
ลุสวัสดิ์วุฒิการ กรแล้วทุกข์ทวี
จะนิราศอนุชา จะนิราศภิรีย์
สุรโทษจะมี ผิวท้าวจะกระทำ"
ความหมาย อาจเกิดโชคและความสำเร็จ แต่ทุกข์ก็เพิ่มขึ้น อาจต้องพลัดพรากจากครอบครัว และหากผู้มีอำนาจตัดสินใจผิด อาจนำมาซึ่งโทษหรือผลเสีย
ดาวเสาร์จร(7)()(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 - 11 เมษายน 2571 (50/788 วัน)
"เสาร์ทับพฤหัสบ ศิริสวัสดิลาภา
ทรัพย์สินและเงินตรา จะลุโดยสะดวกดาย
ศัตรูจะอัปรา แลวัตถาระส่ำระสาย
สินทรัพย์ที่สูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน"
ความหมาย จะมีโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ศัตรูจะอ่อนแอและพ่ายแพ้ ความวุ่นวายจะคลี่คลายลง ทรัพย์สินที่เคยสูญหาย หรือสิ่งที่เสียไปก็จะได้คืน
ดาวราหูจร(8)(ภพมรณะ) กุมกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพมรณะ) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 - 21 พฤศจิกายน 2569 (334/565 วัน)
"ราหูสุรินทร์ยักษ์ จรทักพระอังคาร
สินทรัพย์บุราณนาน จะขจัดขจายสูญ
หนึ่งผู้อิศราช กิจกาจจะเพิ่มพูน
โสดหนึ่งอุบัติมูล คติเพลิงจะพลันมี"
ความหมาย ทรัพย์สินที่สั่งสมมาเป็นเวลานานอาจสูญเสียหรือสูญหาย ถ้าเป็นผู้มีอำนาจกิจการงานจะเจริญก้าวหน้า แต่ต้องระวังอุบัติเหตุและฟืนไฟ
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2569 - 13 เมษายน 2569 (20/29 วัน)
"อาทิตย์สถิตย์ ณ ราศีใด ต้องชีววิสัย
วิสุทธิลาภอาจารย์
ภายหลังเกรงทิศอิสาน มีหมู่ทมิฬมาร
จะพาลจะผิดแผกใจ
ได้เมื่อวิฑูรท้าวไท ตรัสธรรมอำไพ
บูรณลาภปรีด์เปรม
โภคาสรรพโภชน์โอชเอม สรรพศฤงคารเกษม
สุขสรรพซึ่งทรัพย์เนืองนอง"
ความหมาย จะได้รับโชคลาภจากผู้ใหญ่หรือครูอาจารย์หรือบริษัท องค์กร แต่ควรระวัง เพราะอาจมีศัตรู หากมีสติและคุณธรรม จะได้รับทรัพย์สินและความสุขอย่างต่อเนื่อง
ดาวอังคารจร(3)()(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2569 - 12 พฤษภาคม 2569 (1/39 วัน)
"อังคารคาดครู
จะผิดหญิงผู้ หนึ่งเนื้อดำแดงผิวพรรณ
ภายหลังลาภลุ วัตถุแพรพรรณ
ได้ปางพระสรร- เพชญ์สำเร็จมารวิชัย"
ความหมาย อาจมีปัญหาเกี่ยวกับหญิงผิวดำแดง แต่ภายหลังจะได้รับโชคลาภและทรัพย์สิน เปรียบเหมือนพระพุทธเจ้าชนะมาร นำไปสู่ความสำเร็จในที่สุด

เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การจัดตั้งตลาดหุ้นกรุงเทพ

ก่อนที่จะมีตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ได้มีการจัดตั้ง "บริษัทลงทุน" ขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยกลุ่มเอกชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ บริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของกองทุนรวม (Mutual Fund) ผ่านสถาบันการเงินประเภทบริษัทจัดการลงทุน (Investment Management Company) ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 กลุ่มภาคเอกชนไทยได้ร่วมกันก่อตั้งสถานที่ซื้อขายหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศภายใต้ชื่อ บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange)

ตลาดหุ้นกรุงเทพทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับการพบปะของสมาชิกเพื่อทำการซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ได้ดำเนินการภายในตลาดหุ้นโดยตรง แต่ดำเนินการที่สำนักงานของสมาชิกแต่ละราย อีกทั้งการบริหารจัดการของตลาดหุ้นยังขาดประสิทธิภาพเพียงพอ ปัญหาสำคัญคือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ดำเนินกิจการในขณะนั้นมีเงินทุนจำกัด ทำให้ขยายธุรกิจไม่ได้เต็มที่ ส่งผลให้สภาพคล่องของตลาดไม่สูงมาก แม้ว่าตลาดหุ้นกรุงเทพจะมีโครงสร้างที่ดีตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้มากนัก ตัวอย่างเช่น มูลค่าการซื้อขายในปี พ.ศ. 2511 อยู่ที่ 160 ล้านบาท และลดลงเหลือ 28 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2514 แม้การซื้อขายหุ้นกู้จะมีมูลค่าถึง 87 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2515 แต่การซื้อขายหุ้นก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก สุดท้าย ตลาดหุ้นกรุงเทพต้องปิดกิจการลง โดยทั่วไปยอมรับกันว่าปัจจัยหลักของความล้มเหลวเกิดจากการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และประชาชนยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนไม่มากพอ ส่งผลให้การพัฒนาธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่พึ่งพาเงินทุนของเจ้าของกิจการเป็นหลัก หรือกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่มีอยู่ในขณะนั้น

การเสนอแผนการจัดตั้งตลาดทุน

ในปี พ.ศ. 2510 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เชิญศาสตราจารย์ ซิดนีย์ เอ็ม รอบบินส์ (Sydney M. Robbins) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตลาดทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เข้ามาศึกษาโครงสร้างตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศไทย โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2512 และในเดือนเมษายน พ.ศ. 2513 ได้เสนอรายงานชื่อ "A Capital Market in Thailand" หรือ "ตลาดทุนในประเทศไทย" ซึ่งระบุถึงปริมาณหลักทรัพย์และจำนวนผู้ที่สนใจลงทุน ตลอดจนปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข

การประกาศใช้ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 รัฐบาลเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยการปรับปรุง "ประกาศคณะปฏิวัติ ที่ 58" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมธุรกิจการค้าอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเป็นอยู่ของประชาชน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสามารถกำกับดูแลบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความเป็นระเบียบและโปร่งใสมากขึ้น

จากข้อเสนอของศาสตราจารย์รอบบินส์ คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาตลาดทุนเห็นว่าควรมีศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นทางการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการซื้อขาย ในที่สุด กระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดตั้งตลาดหุ้น และนำไปสู่การประกาศใช้ "พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517" เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างแหล่งกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ สนับสนุนการออม และเพิ่มประสิทธิภาพของการระดมทุนภายในประเทศ

การเปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรก

หลังจากมีการเตรียมการอย่างเหมาะสม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดทำการซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534 ชื่อภาษาอังกฤษของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนจาก "Securities Exchange of Thailand" เป็น "The Stock Exchange of Thailand" (SET) อย่างเป็นทางการ


อ้างอิง (Referent)
ประวัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ความเป็นมาและบทบาท - set.or.th
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - wikipedia.org
ปฏิทินโหราศาสตร์ไทยสุริยยาตร์
- พระคัมภีร์สุริยยาตร์ศิวาคม - พ.อ.(พิเศษ)เอื้อน มณเฑียรทอง
- ตำราพระสุริยยาตร์และมานัตต์ - หลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร)