ดวงตลาดหลักทรัพย์ไทย


ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 (เวลาประมาณ 11:00 น.) ในสมัยรัฐบาลของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ นับเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศไทย

ดวงจร

เลือกวันที่ เพื่อดูดาวโคจรของวันนั้น
วันจร
เกิด วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ค.ศ. 1975 จ.ศ. 1336 ร.ศ. 193 เวลา 11:00 น.
อายุ 51 ปี 2 เดือน 12 วัน
จร วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ค.ศ. 2026 จ.ศ. 1387 ร.ศ. 244 เวลา 06:00 น.
อายุ 51 ปี 2 เดือน 11 วัน
ทักษาจรตกภูมิ พฤหัส(5)(เดชเดิม) กาลกิณีจร เสาร์(7)(อายุเดิม)
ปฏิทิน
สุริยาตร์
ลาหิรี
3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5 3 6 4 2 1 4 6 3 5 7 8 5   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ   ทลิทโท  มหัทธโน     โจโร ภูมิปาโล เทศาตรี     เทวี เพชฌฆาต    ราชา    สมโณ    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   ต้น กลาง ปลาย   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ ลั กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ 2 0 3 1 4 5 6 9 พ. 8 7 น. อังคาร(๓)กำเนิด ฤทธิโยค พฤหัส(๕)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)กำเนิด ฤทธิโยค อังคาร(๓)กำเนิด ฤทธิโยค พฤหัส(๕)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)กำเนิด ฤทธิโยค เสาร์(๗)จร ฤทธิโยค อังคาร(๓)จร ฤทธิโยค พฤหัส(๕)จร ฤทธิโยค อังคาร(๓)จร ฤทธิโยค เสาร์(๗)จร ฤทธิโยค พฤหัส(๕)จร ฤทธิโยค เนปจูน พิจิก 17° 43’ (227.72°) พลูโต กันย์ 13° 32’ (163.53°) มฤตยู ตุลย์ 2° 24’ (182.40°) เกตุ กรกฏ 5° 35’ (95.58°) จันทร์ (ตนุ) ธนู 11° 6’ (251.10°) พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 1° 29’ (31.48°) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) พฤษภ 22° 41’ (52.68°) อาทิตย์ (กดุมภะ) เมษ 15° 47’ (15.78°) อังคาร (กัมมะ ปุตตะ) กุมภ์ 18° 22’ (318.37°) * ราหู (มรณะ) พิจิก 8° 10’ (218.17°) เสาร์ (ปัตนิ) มิถุน 16° 23’ (76.38°) พฤหัส (อริ ศุภะ) มีน 17° 37’ (347.62°) เนปจูน มีน 10° 10’ (340.17°) น. พลูโต มังกร 10° 23’ (280.38°) พ. มฤตยู พฤษภ 17° 5’ (47.08°) 0 เกตุ ธนู 20° 36’ (260.60°) 9 จันทร์ (ตนุ) พฤษภ 23° 11’ (53.18°) 2 มนตรี มูละจร ตนุ อุจจ์ มิตร(๔) สมพล(ล๘) พุธ (วินาศ สหัชชะ) มิถุน 9° 29’ (69.48°) 4 บริวาร มนตรีจร วินาศ สหัชชะ เกษตร สมพล(๗) มิตร(ล๒) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) สิงห์ 6° 15’ (126.25°) 6 มูละ เดชจร ลาภะ พันธุ มิตร(ล๓) อาทิตย์ (กดุมภะ) มิถุน 25° 9’ (85.15°) 1 อุตสาหะ ศรีจร กดุมภะ ราชาโชค ธาตุ(๗) อังคาร (กัมมะ ปุตตะ) พฤษภ 13° 44’ (43.73°) 3 กาลกิณี อุตสาหะจร กัมมะ ปุตตะ ราชาโชค ประ มิตร(๖) ธาตุ(ล๘) ราหู (มรณะ) กุมภ์ 7° 2’ (307.03°) 8 ศรี อายุจร มรณะ เกษตร ธาตุ(๓) เสาร์ (ปัตนิ) มีน 14° 40’ (344.67°) 7 อายุ กาลกิณีจร ปัตนิ พฤหัส (อริ ศุภะ) กรกฏ 8° 54’ (98.90°) 5 เดช บริวารจร อริ ศุภะ อุจจ์ ลัคนา กรกฏ 18° 20’ (108.33°) ลั
ดาวจร
*
0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
น.
พ.
มาตรฐาน
เจ้าเรือน
ทักษาจร
ทักษากำเนิด
ดาวกำเนิด
*
ลั
ราศีจักร    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ อาทิตย์ (กดุมภะ) เมษ 15° 47’ (15.78°) อุจจ์ พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 1° 29’ (31.48°) ธาตุ(๖),ศัตรู(ล๘) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) พฤษภ 22° 41’ (52.68°) เกษตร,ธาตุ(๔) 2 0 3 ๒ - อุจจ์ มิตร(๔) สมพล(ล๘) ๓ - ราชาโชค ประ มิตร(๖) ธาตุ(ล๘) เสาร์ (ปัตนิ) มิถุน 16° 23’ (76.38°) 1 4 ๑ - ราชาโชค ธาตุ(๗) ๔ - เกษตร สมพล(๗) มิตร(ล๒) ลั ลัคนา กรกฏ 18° 20’ (108.33°) เกตุ กรกฏ 5° 35’ (95.58°) 5 ๕ - อุจจ์ 6 ๖ - มิตร(ล๓) พลูโต(พ) กันย์ 13° 32’ (163.53°) มฤตยู(พ) ตุลย์ 2° 24’ (182.40°) ราหู (มรณะ) พิจิก 8° 10’ (218.17°) อุจจ์,อนุเกษตร(๓),อุดมเกณฑ์,ศัตรู(ล๔) เนปจูน(พ) พิจิก 17° 43’ (227.72°) จันทร์ (ตนุ) ธนู 11° 6’ (251.10°) ตนุลัคน์ 9 พ. อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) กุมภ์ 18° 22’ (318.37°) อ.ภิมุข,อนุเกษตร(๘) * 8 ๘ - เกษตร ธาตุ(๓) พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) มีน 17° 37’ (347.62°) เกษตร,อุดมเกณฑ์,ธรรมเกณฑ์ 7 น.
ทักษา อุตสาหะ    ศรีจร    มูละ    เดชจร    ศรี    อายุจร  มนตรี    มูละจร    เดช บริวารจร กาลกิณี อุตสาหะจร บริวาร  มนตรีจร    อายุ กาลกิณีจร
ดาวเสวยอายุ พระราหูเสวยอายุ พระจันทร์แทรก   เสาร์ 17 - 27 ปี    พุธ 0 - 17 ปี อังคาร 100 - 108 ปี พฤหัส 27 - 46 ปี จันทร์ 85 - 100 ปี   ราหู 46 - 58 ปี   ศุกร์ 58 - 79 ปี อาทิตย์ 79 - 85 ปี
นวางค์    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕  ปุตตะ    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ พ. พลูโต(พ) พฤษภ 1° 48’ (163.53°) 3 6 1 0 จันทร์ (ตนุ) กรกฏ 9° 54’ (251.10°) เกษตร ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) กรกฏ 24° 9’ (52.68°) ราชาโชค 2 เกตุ สิงห์ 20° 15’ (95.58°) อาทิตย์ (กดุมภะ) สิงห์ 22° 3’ (15.78°) เกษตร ราหู (มรณะ) กันย์ 13° 30’ (218.17°) 5 มฤตยู(พ) ตุลย์ 21° 36’ (182.40°) น. 9 7 พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) ธนู 8° 33’ (347.62°) ตนุลัคน์ เกษตร เนปจูน(พ) ธนู 9° 27’ (227.72°) ลั ลัคนา ธนู 14° 60’ (255°) 8 4 พุธ (วินาศ สหัชชะ) มังกร 13° 21’ (31.48°) เสาร์ (ปัตนิ) กุมภ์ 27° 27’ (76.38°) อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) มีน 15° 18’ (318.37°) จุลจักร *
ตรียางค์    เมษ ๓  พฤษภ ๖   มิถุน ๔  กรกฏ ๒    สิงห์ ๑   กันย์ ๔    ตุลย์ ๖    พิจิก ๓    ธนู ๕   มังกร ๗    กุมภ์ ๘    มีน ๕    อริ   ปัตนิ มรณะ    ศุภะ   กัมมะ   ลาภะ  วินาศ    ตนุ กดุมภะ สหัชชะ   พันธุ  ปุตตะ จันทร์ (ตนุ) เมษ 3° 18’ (3.30°) มหาจักร,อ.วิลาส พุธ (วินาศ สหัชชะ) พฤษภ 4° 27’ (34.45°) พ. อังคาร(ส) (กัมมะ ปุตตะ) มิถุน 25° 6’ (85.10°) ตนุลัคน์ * 4 พฤหัส(ส) (อริ ศุภะ) กรกฏ 22° 51’ (112.85°) อุจจ์ เกตุ กรกฏ 16° 45’ (106.75°) 5 น. 7 อาทิตย์ (กดุมภะ) สิงห์ 17° 21’ (137.35°) เกษตร 9 6 3 0 มฤตยู(พ) ตุลย์ 7° 12’ (187.20°) เสาร์ (ปัตนิ) ตุลย์ 19° 9’ (199.15°) อุจจ์,อนุเกษตร(๖) ราหู (มรณะ) พิจิก 24° 30’ (234.50°) อุจจ์ ลั ลัคนา พิจิก 24° 60’ (235°) พลูโต(พ) มังกร 10° 36’ (280.60°) ศุกร์ (ลาภะ พันธุ) มังกร 8° 3’ (278.05°) เทวีโชค,อนุเกษตร(๗) 2 8 1 เนปจูน(พ) มีน 23° 9’ (353.15°)
ปัญหาที่ต้องระวังช่วงอายุ 51 ปี ต้องระวังเกี่ยวกับสุขภาพ อาจเจ็บป่วยต้องพบหมอบ่อย หรือนอนไม่หลับ ไม่ได้พักผ่อน หรือต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาล (ทายจากอายุเดิมเป็นกาลกิณีจร)

ตารางดาวจร

(สำหรับวันจร วันที่ 12 กรกฎาคม 2569)
ดาว เจ้าเรือน* สถิตเรือน* สถิตราศี องศา มาตรฐาน*
๑. อาทิตย์ กดุมภะ
(อุตสาหะ)
 วินาศ [๔]
(   ศรีจร)
3:มิถุน
(เพชฌฆาต)
25° 9’ ราชาโชค คู่ธาตุ(๗)
นวางค์ [๖] อ.ภิมุข
๒. จันทร์ ตนุ
(มนตรี)
  ลาภะ [๖]
(   มูละจร)
2:พฤษภ
(ภูมิปาโล)
23° 11’ อุจจ์ คู่มิตร(๔) คู่สมพล(ล๘)
นวางค์ [๒] เกษตร
๓. อังคาร
()
กัมมะ ปุตตะ
(กาลกิณี)
  ลาภะ [๖]
(อุตสาหะจร)
2:พฤษภ
(ภูมิปาโล)
13° 44’ ราชาโชค ประ คู่มิตร(๖) คู่ธาตุ(ล๘)
นวางค์ [๖] ราชาโชค,ประ
๔. พุธ
()
วินาศ สหัชชะ
(บริวาร)
 วินาศ [๔]
( มนตรีจร)
3:มิถุน
(เทวี)
9° 29’ เกษตร คู่สมพล(๗) คู่มิตร(ล๒)
นวางค์ [๕] ประ,อนุเกษตร(๕)
๕. พฤหัส
()
อริ ศุภะ
(เดช)
   ตนุ [๒]
(บริวารจร)
4:กรกฏ
(ราชา)
8° 54’ อุจจ์
นวางค์ [๔] ประ,อนุเกษตร(๔)
๖. ศุกร์ ลาภะ พันธุ
(มูละ)
กดุมภะ [๑]
(   เดชจร)
5:สิงห์
(ทลิทโท)
6° 15’ คู่มิตร(ล๓)
นวางค์ [๖] เกษตร
๗. เสาร์
()
ปัตนิ
(อายุ)
   ศุภะ [๕]
(กาลกิณีจร)
12:มีน
(ราชา)
14° 40’
นวางค์ [๓] ราชาโชค,จุลจักร,อ.ภิมุข
๘. ราหู มรณะ
(ศรี)
มรณะ [๘]
(   อายุจร)
11:กุมภ์
(เทวี)
7° 2’ เกษตร คู่ธาตุ(๓)
นวางค์ [๕] อ.ภิมุข
๙. เกตุ
   อริ [๕]
9:ธนู
(มหัทธโน)
20° 36’
นวางค์ [๖]
๐. มฤตยู
  ลาภะ [๖]
2:พฤษภ
(ภูมิปาโล)
17° 5’
นวางค์ [๔]
น. เนปจูน
()

   ศุภะ [๕]
12:มีน
(ราชา)
10° 10’
นวางค์ [๖]
พ. พลูโต
()

  ปัตนิ [๗]
10:มังกร
(ภูมิปาโล)
10° 23’
นวางค์ [๓]
* เจ้าเรือน (ทักษากำเนิด) | * สถิตเรือน [เจ้าเรือน] (ทักษาจร) | * มาตรฐาน นวางค์ [เจ้าเรือนนวางค์]

ทำนายมุมดาวจากตำรา

โศลกโหร(กลอนโหราศาสตร์)ที่กล่าวถึงคำทำนายของมุมดาวปัจจุบันจากตำราจักทีปนีจร (สำหรับวันจร วันที่ 12 กรกฎาคม 2569)
ดาวพฤหัสจร(5)() มาทับตัวตน(ลัคนา) ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 - 19 ตุลาคม 2569 (42/141 วัน)
"พฤหัสดลจักร ปะทะลัคนมี
ทุรโทษธิบดี และพยาธิ์จุรภัย
ผิวสังฆวรา ก็จะลาคณะไป
บ่มิแม้นดุจไข ก็จะผิดคติครู"
ความหมาย จะเกิดโทษจากตำแหน่งหรือจากงานที่รับผิดชอบ เกิดความเสียหาย หรือเกิดปัญหาที่มีความผิดหรือมีบทลงโทษ มักมีเหตุให้ต้องออกจากตำแหน่งหรือหน้าที่ที่รับผิดชอบ เกิดเหตุให้ต้องใช้ปัญญาความคิดหาหนทางใหม่ เกิดบทเรียนในชีวิต
ดาวราหูจร(8)(ภพมรณะ) โยคหน้ากับดาวจันทร์เดิม(๒)(ภพอริ) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 - 21 พฤศจิกายน 2569 (433/565 วัน)
"ราหูล่าจันทร์"
ความหมาย มักเสียหายในทางลาภผลรายได้ ระวังมีเรื่องเดือดร้อนเพราะช่วยเหลือ หรืออุปถัมภ์ผู้อื่น เกิดความทุกข์ร้อนใจ
ดาวเสาร์จร(7)()(ภพศุภะ) กุมกับดาวพฤหัสเดิม(๕)(ภพศุภะ) ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 - 11 เมษายน 2571 (149/788 วัน)
"เสาร์ทับพฤหัสบ ศิริสวัสดิลาภา
ทรัพย์สินและเงินตรา จะลุโดยสะดวกดาย
ศัตรูจะอัปรา แลวัตถาระส่ำระสาย
สินทรัพย์ที่สูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน"
ความหมาย จะมีโชคลาภและความเป็นสิริมงคล ศัตรูจะอ่อนแอและพ่ายแพ้ ความวุ่นวายจะคลี่คลายลง ทรัพย์สินที่เคยสูญหาย หรือสิ่งที่เสียไปก็จะได้คืน
ดาวราหูจร(8)(ภพมรณะ) กุมกับดาวอังคารเดิม(๓)(ภพมรณะ) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 - 21 พฤศจิกายน 2569 (433/565 วัน)
"ราหูสุรินทร์ยักษ์ จรทักพระอังคาร
สินทรัพย์บุราณนาน จะขจัดขจายสูญ
หนึ่งผู้อิศราช กิจกาจจะเพิ่มพูน
โสดหนึ่งอุบัติมูล คติเพลิงจะพลันมี"
ความหมาย ทรัพย์สินที่สั่งสมมาเป็นเวลานานอาจสูญเสียหรือสูญหาย ถ้าเป็นผู้มีอำนาจกิจการงานจะเจริญก้าวหน้า แต่ต้องระวังอุบัติเหตุและฟืนไฟ
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพวินาศ) เล็งกับดาวจันทร์เดิม(๒)(ภพอริ) ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 - 16 กรกฎาคม 2569 (27/31 วัน)
"สุริยเสด็จโดยจักจร จวบจันทร์บวร
อันสิงสถิตชาตา
ห้ามสิ้นอย่าไถ่ทาสา สู่ขอภริยา
ประทุษฐ์เช่นชูชก
ศศิระวิวารวิตก เดือดร้อนรุมอก
โดยทิศทางทิศอิสาน"
ความหมาย ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องบริวารหรือคนรัก เพราะอาจเกิดปัญหาวุ่นวาย อาจมีเรื่องวิตกกังวลและเดือดร้อนใจ
ดาวอาทิตย์จร(1)(ภพวินาศ) กุมกับดาวเสาร์เดิม(๗)(ภพวินาศ) ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 - 16 กรกฎาคม 2569 (27/31 วัน)
"รวิจรจรัลผันผาย สู่เสารีทาย
โทษเสียจักขุโรคา
วิวาทด้วยวัตถุนานา ได้แก่ภรรยา
แลบุตรวิบัติเภทภัย
ผู้เข้าสู่เราแหนงใจ คือหนามเหน็บใน
ประทุษฐ์ถ้อยบ่มิสัตย์
ดำแดงเติบโตเห็นถนัด จงเร่งระมัด
จะผิดแก่เจ้าชาตา
คนดำและเล็มเข้ามา คบเข้าเคหา
จะล่อจะลวงความตน
ตรึกตรองตรวจตราหาผล ให้กริ่งเกรงคน
ในเรือนจะเป็นราคี
เร่งบูชาองค์พระเสารี เจริญคุณพระศรี
รัตนไตรยรอนศัตรู"
ความหมาย อาจเกิดโรคเกี่ยวกับตา ความขัดแย้งในครอบครัว เกิดเรื่องร้าย ให้ระวังคนใกล้ชิดที่ไม่ซื่อสัตย์จะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความผิดหรือความมัวหมองมาถึงตัว
ดาวอังคารจร(3)()(ภพลาภะ) กุมกับดาวพุธเดิม(๔)(ภพลาภะ) ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 - 3 สิงหาคม 2569 (20/42 วัน)
"อังคารคาดพุธ
เป็นโรคพิรุธ นั้นก็จะคลายซึ่งโรคา
นิทานบุรุษ รักษามารดา
ไปแก้พระยา นั้นรอดได้รางวัล"
ความหมาย โรคภัยจะทุเลา เปรียบเหมือนชายที่รักษามารดาและช่วยพระราชาจนได้รับรางวัล สื่อถึงความสำเร็จและโชคลาภที่กำลังมาถึง
ดาวอังคารจร(3)()(ภพลาภะ) กุมกับดาวศุกร์เดิม(๖)(ภพลาภะ) ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 - 3 สิงหาคม 2569 (20/42 วัน)
"ภุมศุกร์บันทึก
ในเรื่องมฤค อันปลอดจะบ่วงภัย
ได้เสร็จสมคิด ลาภมิตรโชคชัย
สพสาวสวยใจ มาร่วมฤดีปรีดา"
ความหมาย จะรอดพ้นจากอุปสรรค สิ่งที่หวังไว้จะสำเร็จ มีโชคลาภจากมิตรสหาย และอาจได้พบคนที่นำความสุขมาสู่ชีวิต
ดาวอังคารจร(3)()(ภพลาภะ) เล็งกับดาวราหูเดิม(๘)(ภพปุตตะ) ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 - 3 สิงหาคม 2569 (20/42 วัน)
"ภุมมาราหู
เร่งระวังดู จะต้องวิวาทบาดใจหลาย
เสียทรัพย์โศกสูญ เพิ่มพูนอันตราย
ดุจไกรสรผาย ผจญแพ้แก่หมู่หมู"
ความหมาย เกิดการวิวาท มีภัย เสียทรัพย์ พ่ายแพ้แก่คนที่ต่ำกว่า

เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การจัดตั้งตลาดหุ้นกรุงเทพ

ก่อนที่จะมีตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ได้มีการจัดตั้ง "บริษัทลงทุน" ขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยกลุ่มเอกชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ บริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบของกองทุนรวม (Mutual Fund) ผ่านสถาบันการเงินประเภทบริษัทจัดการลงทุน (Investment Management Company) ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 กลุ่มภาคเอกชนไทยได้ร่วมกันก่อตั้งสถานที่ซื้อขายหลักทรัพย์แห่งแรกของประเทศภายใต้ชื่อ บริษัท ตลาดหุ้นกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Stock Exchange)

ตลาดหุ้นกรุงเทพทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับการพบปะของสมาชิกเพื่อทำการซื้อขายหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายหุ้นที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ได้ดำเนินการภายในตลาดหุ้นโดยตรง แต่ดำเนินการที่สำนักงานของสมาชิกแต่ละราย อีกทั้งการบริหารจัดการของตลาดหุ้นยังขาดประสิทธิภาพเพียงพอ ปัญหาสำคัญคือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ดำเนินกิจการในขณะนั้นมีเงินทุนจำกัด ทำให้ขยายธุรกิจไม่ได้เต็มที่ ส่งผลให้สภาพคล่องของตลาดไม่สูงมาก แม้ว่าตลาดหุ้นกรุงเทพจะมีโครงสร้างที่ดีตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้มากนัก ตัวอย่างเช่น มูลค่าการซื้อขายในปี พ.ศ. 2511 อยู่ที่ 160 ล้านบาท และลดลงเหลือ 28 ล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2514 แม้การซื้อขายหุ้นกู้จะมีมูลค่าถึง 87 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2515 แต่การซื้อขายหุ้นก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก สุดท้าย ตลาดหุ้นกรุงเทพต้องปิดกิจการลง โดยทั่วไปยอมรับกันว่าปัจจัยหลักของความล้มเหลวเกิดจากการขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และประชาชนยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนไม่มากพอ ส่งผลให้การพัฒนาธุรกิจในประเทศส่วนใหญ่พึ่งพาเงินทุนของเจ้าของกิจการเป็นหลัก หรือกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่มีอยู่ในขณะนั้น

การเสนอแผนการจัดตั้งตลาดทุน

ในปี พ.ศ. 2510 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เชิญศาสตราจารย์ ซิดนีย์ เอ็ม รอบบินส์ (Sydney M. Robbins) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตลาดทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา เข้ามาศึกษาโครงสร้างตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศไทย โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2512 และในเดือนเมษายน พ.ศ. 2513 ได้เสนอรายงานชื่อ "A Capital Market in Thailand" หรือ "ตลาดทุนในประเทศไทย" ซึ่งระบุถึงปริมาณหลักทรัพย์และจำนวนผู้ที่สนใจลงทุน ตลอดจนปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข

การประกาศใช้ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 รัฐบาลเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยการปรับปรุง "ประกาศคณะปฏิวัติ ที่ 58" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมธุรกิจการค้าอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเป็นอยู่ของประชาชน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยให้รัฐบาลสามารถกำกับดูแลบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความเป็นระเบียบและโปร่งใสมากขึ้น

จากข้อเสนอของศาสตราจารย์รอบบินส์ คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาตลาดทุนเห็นว่าควรมีศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นทางการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการซื้อขาย ในที่สุด กระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดตั้งตลาดหุ้น และนำไปสู่การประกาศใช้ "พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517" เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างแหล่งกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ สนับสนุนการออม และเพิ่มประสิทธิภาพของการระดมทุนภายในประเทศ

การเปิดทำการซื้อขายอย่างเป็นทางการครั้งแรก

หลังจากมีการเตรียมการอย่างเหมาะสม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้เปิดทำการซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2534 ชื่อภาษาอังกฤษของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปลี่ยนจาก "Securities Exchange of Thailand" เป็น "The Stock Exchange of Thailand" (SET) อย่างเป็นทางการ


อ้างอิง (Referent)
ประวัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ความเป็นมาและบทบาท - set.or.th
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - wikipedia.org
ปฏิทินโหราศาสตร์ไทยสุริยยาตร์
- พระคัมภีร์สุริยยาตร์ศิวาคม - พ.อ.(พิเศษ)เอื้อน มณเฑียรทอง
- ตำราพระสุริยยาตร์และมานัตต์ - หลวงวิศาลดรุณกร (อั้น สาริกบุตร)